บทความ
Internet of Things : อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (ตอนที่ 1) : ทำความรู้จักกันหน่อย
IoT หรือ Internet of Things เทคโนโลยีที่มาแรงสำหรับโลกในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ ถ้าท่านต้องการทราบว่า IoT คืออะไรกันแน่? มีประโยชน์อะไรบ้าง? ต้องติดตามบทความหลายตอนจบ เรื่องนี้

Internet of Things : อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (ตอนที่ 1) : ทำความรู้จักกันหน่อย
โดย ภาสกร ใหลสกุล นักวิชาการอิสระ

        ในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน  ท่านคงได้ยินเรื่องราวของ IoT (อ่านว่า ไอโอที) ที่มาจากคำเต็มๆว่า Internet of Things มาไม่มากก็น้อย และมีหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะท่านที่ไม่ได้ศึกษามาด้านสายอิเล็กทรอนิกส์หรือไอที พยายามศึกษาดูแล้วก็อาจยังเกาหัวแกรกๆ ยังไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่  เดี๋ยวผมจะช่วยรวบรวมเรียบเรียงเรื่องเกี่ยวกับ IoT แล้วมาทำให้ท่านเห็นภาพและเข้าใจมากยิ่งขึ้น    โดยในวิกิพีเดีย เวอร์ชั่นภาษาไทย ได้ให้ความหมายของ IoT ไว้ดังนี้

“อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) หรือ ไอโอที (IoT) หมายถึงเครือข่ายของวัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งของอื่นๆ ที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ฝังตัวอยู่ และทำให้วัตถุเหล่านั้นสามารถเก็บบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งทำให้วัตถุสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถูกควบคุมได้จากระยะไกลผ่านโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถผสานโลกกายภาพกับระบบคอมพิวเตอร์ได้แนบแน่นมากขึ้น ผลที่ตามมาคือประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น…”

        อ่านดูแล้วอาจเป็นทางการไปหน่อย  ถ้าอธิบายให้ง่ายขึ้นก็คือ การเชื่อมโยงสิ่งของ และอุปกรณ์ต่างๆ หลากหลายที่อยู่รอบๆ ตัวเราในชีวิตประจำวัน หรืออุปกรณ์พิเศษที่ไปติดตั้งเฉพาะขึ้นมาตามจุดต่างๆ  แล้วมีการส่งข้อมูลที่ตรวจวัดค่าต่างๆจากอุปกรณ์แต่ละชนิด แล้วมีการส่งกลับข้อมูลคำสั่งควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งอุปกรณ์แต่ละตัวจะมี “บ้านเลขที่” หรือ IP Address ตามมาตรฐานของระบบอินเตอร์เน็ตที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดี  เวลาอุปกรณ์ต่างๆ มัน”คุยกัน” ก็จะได้รู้ว่าใครคุยกับใครหรือสั่งอะไรเมื่อไหร่ ไม่มีการสับสน   ซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมก็คือ ทำให้คนหรือระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติสามารถดูข้อมูลที่รวบรวมมาจากอุปกรณ์แหล่งต่างๆ แล้วทำสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การเปิด-ปิด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ระบบควบคุมอุณหภูมิในอาคาร บ้านเรือน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ เป็นต้น  ซึ่งแน่นอนว่าช่วยให้ทำงานได้ในระยะไกล ที่ใดๆ ในโลก เวลาไหนก็ได้ ตราบใดที่ยังมีสัญญาณอินเตอร์ให้ใช้งาน   การที่ IoT คือการที่อุปกรณ์ต่างๆ คุยกันเอง บางครั้งจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า M2M ที่ย่อมาจาก Machine to Machine คือเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่ออุปกรณ์กับเครื่องมือต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันนั่นเอง
 

 
       องค์ประกอบหลักๆ ที่สำคัญของ IoT ก็คือต้องมีอุปกรณ์ Sensor ในการตรวจจับสัญญาณต่างๆ ที่ต้องการ และการส่งข้อมูลผ่านติดต่อสื่อสารโดยคลื่นวิทยุแบบต่างๆ ที่เรียกว่า “ระยะปลายสุด” หรือ “last mile” แล้วรวบรวมเข้า อุปกรณ์รวบรวมสัญญาณที่เรียกว่า gateway แล้วส่งเข้าเครือข่ายอินเตอร์(ที่ต่อเชื่อมกันทั่วโลก) ต่อไป  ในทางกลับกันถ้าศูนย์รวบรวมข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์ต่างๆ แล้วต้องการตัดสินใจสั่งการกลับไปยังอุปกรณ์ปลายทางที่ต้องการ ไม่ว่าจะโดยคนควบคุมหรือโดยซอฟต์แวร์อัตโนมัติก็ตาม ก็ต้องมีอุปกรณ์  Actuator หรือ Controller ต่างๆ ที่จะไปควบคุมอุปกรณ์ปลายทางที่ต้องการ เช่น สวิทช์เปิด-ปิด หรือวาล์วต่างๆ เป็นต้น  ซึ่งการออกแบบและประยุกต์ใช้งาน IoT อย่างกว้างขวางก็จะทำให้เกิดระบบอัจฉริยะ(Smart) ได้หลากหลาย  เช่น กริดไฟฟ้าอัจริยะ (Smart Grid) บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart/Intelligent Transportation) และที่ได้ยินกันบ่อยที่สุดในระยะนี้ก็คือ เมืองอัจฉริยะ (Smart City) วัตถุแต่ละชิ้นสามารถถูกระบุได้โดยไม่ซ้ำกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ฝังตัว (Embedded Computer) และสามารถทำงานร่วมกันได้บนโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเครือข่ายของสรรพสิ่งจะมีวัตถุเกือบ 50,000 ล้านชิ้นภายในปี 2020 เลยทีเดียว

(รอติดตามตอน 2 ต่อไป)


โพสเมื่อ: 2017-08-15

ผู้เข้าชม: 102